พลิกประวัติศาสตร์ ‘อมตะวาจาครูบาศรีวิชัย’4

จดหมายจาก ครูบาศรีวิชัย ถึงพระยาพหลฯ

ไม่เพียงเท่านั้น นอกจากประกาศอมตะวาจาต่อหน้าหลวงศรีประกาศแล้ว ท่านยังมีความขุ่นเคืองถึงขั้นเขียนจดหมายถึงพระยาพหลฯ ใน พ.ศ. 2478 ขอยกเลิกการก่อสร้างทางขึ้นพระธาตุดอยสุเทพที่สร้างมาทั้งหมดอีกด้วย โดยกล่าวว่า 

“…อาตมาได้ช่วยเหลือมามากแล้ว จนเป็นหนทางขึ้นไปนมัสการได้ แลเคยทำบุญมาแล้วครั้งหนึ่ง ฉะนั้นตั้งแต่บัดนี้ไป อาตมาขอมอบไว้กับท่านและราชการบ้านเมือง เพื่อจะได้ดำริสร้างต่อ ส่วนอาตมาได้ลงบันทึกต่อคณะสงฆ์แล้วว่าจะไม่ปฏิสังขรณ์ก่อสร้างไม่ว่าวัตถุใดๆ ในเชียงใหม่อีก อาตมาขอยุติไม่ทำ… อีกประการหนึ่งทายก ทายิกาทั้งหลาย ที่มีศรัทธามารับจะซ่อมแซมหนทาง… เขาต่างท้อถอยไปหมด พร้อมกันคืนคำไม่รับทำเสียเลย…”

แม้ภายหลังเจ้าแก้วนวรัฐจะได้เขียนจดหมายมาชี้แจงแก่รัฐบาล เพื่อขอพระราชทานงบในการสร้างสะพานห้วยแก้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสร้างถนนขึ้นพระธาตุดอยสุเทพของครูบาศรีวิชัย ความว่า “…พระศรีวิชัยคลายความโกรธลงบ้างแล้ว รู้สึกยังอาลัยการก่อสร้างทางขึ้นดอยสุเทพอยู่ พระศรีวิชัยคงจะไม่ละทิ้งการก่อสร้างเสียทีเดียว เพราะนิสัยของพระศรีวิชัย ทำอะไรไปแล้วมักต้องทำให้จนสำเร็จ…” ส่วนหลวงศรีประกาศก็ได้เขียนจนหมายมาด้วยเช่นกันว่า “…วันนี้ผมพบพระศรีวิชัย ท่านว่าถ้าทางราชการอนุญาตให้ทำต่อไปก็จะทำอีก เพราะตั้งใจไว้แล้ว…” 

แต่อย่างไรก็ตามกลับพบว่า ภายหลังครูบาศรีวิชัยก็ไม่ได้กลับมาเป็นผู้นำในการดำเนินการก่อสร้างทางขึ้นดอยสุเทพต่อดังคำกล่าวของทั้งสองท่าน กลับอาศัยอยู่ในจังหวัดลำพูน โดยไม่กลับมาเหยียบแผ่นดินเชียงใหม่อีกเลยจนถึงมรณภาพใน พ.ศ. 2481 

ฉะนั้น สาเหตุเหล่านี้จึงเป็นต้นตอที่มาของเรื่องราวอมตะวาจาของครูบาศรีวิชัยที่เล่าขานกันมาจนถึงทุกวันนี้

ครูบาศรีวิชัย

ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าคณะมณฑลพายัพ พระธรรมโกศาจารย์ ยังกล่าวโจมตีอีกว่า กระบวนการของครูบาศรีวิชัยทำให้ผู้คนต่อต้านขัดขืนการมุ่งหมายในการดำเนินงานด้านการศึกษาอันเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลคณะราษฎร โดยกล่าวว่า

“…ในจำนวนพลเมืองทั้งหมดที่นิยมลัทธิของพระศรีวิชัยราว 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่ยอมสำเหนียกการศึกษาที่เป็นไปตามสมัย นิยมลัทธิดั้งเดิม คนที่รู้หนังสือไทยสัก 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนพลเมืองเห็นจะไม่ได้ โรคไม่นิยมภาษาไทย เป็นโรคเรื้อรังติดต่อกันไปไม่ขาด โรงเรียนประชาบาลบางแห่ง โต๊ะ เก้าอี้ ม้าเรียน ของครูและนักเรียนถูกเผาไฟบ้าง ถูกทิ้งในป่าบ้าง สร้างความเดือดร้อนแก่ธรรมการอำเภอไม่หยุดหย่อน…”

ด้วยเหตุดังกล่าว จึงทำให้ครูบาศรีวิชัยถูกเรียกตัวลงมากักไว้ที่กรุงเทพฯ และถูกกล่าวหาจากรัฐว่าไม่ยอมปรองดองกับคณะสงฆ์

โดยมีข้อกล่าวหาหลายประการ เช่น 1. จัดอุปสมบทโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าคณะ 2. ตั้งตนเป็นพระอุปัชฌาย์เอาเอง (เถื่อน) 3. ออกใบสุทธิและหนังสือตราตั้งคณะตนเอง 4. ก่อสร้างบูรณะโดยไม่ขออนุญาตกรมศิลป์ ไม่อนุรักษ์รูปแบบดั้งเดิม 5. ยุยงให้พระสงฆ์ออกจากการปกครองของรัฐ

ด้วยเหตุที่ท่านถูกกล่าวโทษและปราบปรามโดยรัฐบาลขณะนั้น ทำให้ท่านโกรธเคืองอย่างยิ่ง และยังคงมีความโกรธเคืองต่อคณะสงฆ์ในจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงกลุ่มชนชั้นนำเชียงใหม่ที่เคยใกล้ชิดท่านด้วยเช่นกัน จึงทำให้ท่านถึงขนาดที่ประกาศคำกล่าวอันเป็นอมตะวาจาที่เล่าขานกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ต่อหลวงศรีประกาศ

ครูบา ศรีวิชัยความเข้าใจของคนในสังคมปัจจุบัน


ขอบคุณข้อมูลจาก https://thestandard.co/kruba-sri-wichai-2475/

เชิญท่องเที่ยววัดดอยดวงแก้ว เชิญเที่ยวเชียงใหม่ ประวัติครูบา