ดอยดวงแก้วสัพพัญญู เสนอที่มาของคำว่า “ครูบาเณร”

ดอยดวงแก้วสัพพัญญู ที่มาของคำว่า “ครูบาเณร”

ครั้งนั้นมีโยมคนหนึ่งชื่อแม่จม  อยู่จังหวัดเชียงราย ได้รับตะกรุดยันต์ที่ สามเณรปัถพี ดอยดวงแก้วสัพพัญญู แจกให้ขณะบิณฑบาต แม่จมได้นำติดตัวไว้ตลอดเวลา แล้วได้กลับไปบ้านแล้วไปทำมาหากินตามปกติของวิถีชีวิต แต่กลับไม่เข้าใจกับสามีเกิดการทะเลาะเบาะแว้งมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ด้วยความโมโหขาดสติ สามีจึงรีบไปคว้าปืนออกมายิงแม่จม

ในระยะเผาขน ปรากฏว่ากระสุนปืนกระบอกนั้นไม่ออก ทำให้แม่จมนั้นรอดพ้นจากการเสียชีวิตไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อมาตรวจสอบในภายหลังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงทำให้แม่จมนั้นเชื่อมั่นว่า ที่รอดชีวิตในครั้งนี้ได้นั้นเป็นเพราะได้รับตะกรุดจากสามเณรปัถพี เชื่อมั่นในพลังพุทธคุณที่ประจุอยู่ในตะกรุดคุ้มครองชีวิตถึงกับอุทานด้วยศรัทธา

ดอยดวงแก้วสัพพัญญู

“นี่ที่รอดเป็นเพราะตะกรุดครูบาเณรปัถพี ครูบาเณรปัถพี” ดอยดวงแก้วสัพพัญญู

ปัจจุบันวิชาอาคมต่างๆที่ครูบาชัยยาปัถพี ได้รับการถ่ายทอดมาจากตาทวดนั้นจะไม่ได้นำมาใช้สงเคราะห์ผู้คนเท่าใดนัก แต่จะนำวิชาเทพประทานคือวิชา นกยูงทอง นำมาสงเคราะห์แทนด้วยการทำเป็นจารแผ่นยันต์นกยูงทองให้นำไปบูชาติดบ้านเพื่อความเป็นมงคล

และการเป่ายันต์นกยูงทองลงในตัวคน และการทำตะกรุดให้พกติดตัว และวิชาทำเทียนประเภทต่างๆทั้งเทียนเศรษฐีเรือนคำ เทียน ๙ จันทร์ เทียนเมตตาบันดาลโชค วิชาทำน้ำมนต์เสริมชะตา และการทำพิธีบังสกุลเป็นบังสกุลตายปัดเป่าทุกข์ให้มลายเสริมสุขให้เกิดขึ้นเหมือนได้ทำนำความทุกข์ให้ตายไป สร้างความสุขให้เกิดขึ้นใหม่ในชีวิต

 ซึ่งในการสงเคราะห์ผู้คนตามศาสตร์วิชาที่ครูบาชัยยาปัถพี ดอยดวงแก้วสัพพัญญู ได้ร่ำเรียนมาจากตาทวดและครูบาอาจารย์ท่านต่างๆนั้น วิชาที่จะนำมาใช้นั้นย่อมแตกต่างกันออกไปตามความทุกข์ของผู้คนที่มีแตกต่างกันออกไป บางคนที่มีปัญหาครอบครัว จึงได้มาขอเมตตาให้ครูบาชัยยาปัถพี ช่วยอธิษฐานจิตสงเคราะห์เพื่อให้ชีวิตดีขึ้น

ดอยดวงแก้วสัพพัญญู

มีบางคนที่ประสบปัญหาในทางธุรกิจการงานกิจการค้าขายซบเซาแทบจะหมดตัวล้มละลายสิ้นเนื้อประดาตัว ได้มาขอเมตตาบารมีจากครูบาชัยยาปัถพี ดอยดวงแก้วสัพพัญญูท่านจึงได้นำวิชาที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากตาทวด นำมาสงเคราะห์ผู้คนปรากฏว่ากิจการค้าขายนั้นกลับดีขึ้นเป็นลำดับ จนสามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้

มีโยมชื่อหมวย ประกอบอาชีพค้าขายสินค้าเกี่ยวกับการประมง แต่กิจการไม่ดี จึงได้เข้ามากราบขอเมตตาจากครูบาชัยยาปัถพี ท่านได้มีเมตตาทำเทียน ชื่อว่า เทียนเศรษฐีเรือนคำ แล้วได้มอบให้โยมหมวยนำไปอธิษฐานจุดติดต่อกันในระยะเวลาไม่เกิน ๗ วัน ปรากฏว่ากิจการที่ซบเซานั้นดีขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์

สิ่งที่ครูบาชัยยาปัถพี ได้เข้าในกระบวนการศาสตร์วิชาจากตาทวดทั้งหลายมานั้นล้วนมีการนำบทพุทธคุณนำมาย่อเป็นบทอักขระ บทยันต์ต่างๆขึ้นมา แต่สิ่งที่จะก่อให้เกิดอานุภาพได้ที่แท้จริงนั้นล้วนมาจากอำนาจจิต ครูบาศรีวิชัย ยังตั้งอยู่ในปณิธานเดิม

ครูบาชัยยาปัถพี ดอยดวงแก้วสัพพัญญู กล่าวให้ทราบว่า

 “มูลเหตุที่ผู้คนนำไปใช้แล้วได้ผลนั้นส่วนหนึ่งมาจากคุณของครูบาอาจารย์ที่ถ่ายทอดสั่งสอนมา แล้วความศักดิ์สิทธิ์ของคาถานั้นส่วนมากนั้นคือบทมนต์คาถาของพระพุทธเจ้า หรือคำกล่าวของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น ประกอบกับบุญบารมีที่มีการสั่งสมด้วยการที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของผู้ปลุกเสก และผู้นำไปใช้นั้นต้องเป็นผู้ดำรงตนในศีลธรรม โดยเฉพาะการรักษาศีล ๕ เป็นพื้นฐาน ก็จะทำให้สิ่งเหล่านี้เกื้อกูลกัน ทำให้เกิดประสิทธิภาพแก่ผู้นำไปอธิษฐานใช้”

เชิญท่องเที่ยววัดดอยดวงแก้ว