สถานธรรมดอยดวงแก้วสัพพัญญู แห่งนี้ในอดีตนั้นพระนเรศวรเคยมาพักกินข้าว
สถานธรรมดอยดวงแก้วสัพพัญญู แห่งนี้ในอดีตนั้นพระนเรศวรเคยมาพักกินข้าว แล้วปลูกต้นไม้ไว้สองต้นทางทิศตะวันออกของสถานที่แห่งนี้ไว้ ปัจจุบันไม่แน่ใจว่าจะคงมีอยู่หรือไม่ สถานที่แห่งนี้เคยเป็นสมรภูมิสู้รบมีการฆ่ากันตายเป็นจำนวนมาก
กี่ยุคกี่สมัยหลายชาติที่ผ่านมาสถานที่แห่งนี้ก็จะวนเวียนอยู่กับการสู้รบ มีการสู้รบมาโดยตลอดตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ มาถึงยุคใดๆสถานที่แห่งนี้ก็ยังเป็นสมรภูมิรบตลอด กลิ่นคาวเลือดและกองกระดูกของทหารตายทับถมกันมากจนเกิดแผ่นดินไหว
เหล่าเทพเทวดาจึงได้ทำให้พื้นดินแห่งนี้พลิกกลบกระดูกจำนวนมากนั้นจมลงไปในพื้นดิน ทำให้แผ่นดินแยกออกเป็นระดับชั้น ๓ ชั้นเห็นเป็นหุบเหว หากขุดลงไปในพื้นดินก็จะเจอกระดูกจำนวนมากที่ฝังอยู่ในพื้นดินนั้น
ทางครูบาชัยยาปัถพีท่านนั้นในอดีตท่านเคยเกิดเป็นรัชทายาทเป็นลูกเจ้าเมืองเก่ามาก่อนและเคยเกิดเป็นกษัตริย์มาก่อนจริง ท่านได้เห็นการล้มตายของผู้คนในสถานที่แห่งนี้มามาก
จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานหากมาเกิดในชาติใดก็ขอให้ได้มาอยู่ในสถานที่แห่งนี้เพื่อมาปลดปล่อยวิญญาณที่ล้มตายให้ได้ไปผุดไปเกิด
สถานธรรมดอยดวงแก้วสัพพัญญู แห่งนี้จะเต็มไปด้วยของเก่าวัตถุโบราณมากมาย ครูบาชัยยาปัถพีเป็นพระที่มีบารมีเก่ามากสร้างสมบารมีไว้มาก ท่านมีดีเยอะมีพลังมากแต่นำออกมาใช้มากไม่ได้เพราะท่านกลัวมันเสื่อม ท่านมีญาณรู้เห็นต่างๆมากแต่ยังไม่ถึงวาระที่ท่านจะต้องเปิดตัวให้คนรู้เมื่อถึงเวลาแล้วผู้คนก็จะรู้เอง ส่วนด้านคาถาอาคมวิชาต่างๆนั้นท่านเป็นของแท้แน่นอนที่ได้รับการถ่ายทอดมาตรงตามตำราจริง พระผงขุนแผนพรายเทพ วัดดอยดวงแก้ว
แต่ท่านต้องต่อสู้มากเพราะตัวท่านนั้นสร้างทานไว้มาก แต่บริวารของท่านนั้นไม่ได้ทำทานไว้มากจึงไม่ค่อยมีพลังมาช่วยท่านได้มาก ท่านต้องอดทนสู้ไปอีกสักระยะจึงจะทำให้สถานที่แห่งนี้เจริญขึ้นมาได้
สถานธรรมดอยดวงแก้วสัพพัญญู แห่งนี้ตามเกณฑ์ประมาณ ๑๓ ปี จึงจะเจริญรุ่งเรือง แต่หากมีกระแสสื่อช่วยก็จะเจริญรุ่งเรืองขึ้นภายในระยะ ๖-๗ ปี การดูคนต้องดูระยะยาวต่อไปพระรูปนี้จะเป็นพระที่มีบารมี มีชื่อเสียงกว่าครูบาอาจารย์เพราะท่านมีบารมีเก่าสั่งสมไว้มาก”
