เที่ยวเชียงใหม่ เชิญชม วัดท่าตอน

เที่ยวเชียงใหม่ เชิญเที่ยว วัดท่าตอน 

วัดท่าตอน ตั้งอยู่ที่บ้านท่าตอน ตำบลท่าตอน เป็นวัดที่มีทิวทัศน์งดงาม อยู่บนไหล่เขาเรียงรายด้วยศาสนวัตถุสิ่งก่อสร้าง มีพื้นที่ทอดยาวตามไหล่เขาเป็นชั้นๆ รวม 9 ชั้น

มองเห็นได้แต่ไกล แต่ละชั้นมีศาสนวัตถุและศาสนสถานสำคัญ ได้แก่ เจดีย์พระธาตุ เจ้าแม่กวนอิม พระพุทธนิรันดร พระปางนาคปรก พระสังกัจจายน์แบกทอง พระบรมธาตุรัชมังคลาจารย์สมานฉันท์ และพระพุทธอิ่มตลอดกาล

สำหรับชั้นที่ไม่ควรพลาดคือ ชั้น 8 ซึ่งเป็นที่ตั้งของ พระบรมธาตุรัชมังคลาจารย์สมานฉันท์ หรือ พระเจดีย์แก้ว ซึ่งมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์บนยอดเขา ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะต่างๆ และพระบรมสารีริขธาตุที่ควรค่าแก่การสักการะยิ่ง

นอกจากนี้บริเวณชั้น 9 ยังมีพระพุทธรูปอิ่มตลอดกาล เป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรและเป็นพระประจำวันพุธ ซึ่งเป็นพระประจำวันเกิดของ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (วัดปากน้ำ) ประทับยืนเด่นสง่า อยู่บนยอดเขาลูกสุดท้ายของวัดท่าตอน

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่มี วัดสวย มากมายให้เหล่าสายบุญและนักท่องเที่ยวได้ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และชมความงามที่อยู่คู่อาณาจักรล้านนามาเป็นเวลานาน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ วัดท่าตอน

วัดหลวงเก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปี นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุศักดิ์สิทธิ์ให้เราไปกราบไหว้บูชากันแล้ว บนยอดเขายังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากๆ ด้วยเช่นกัน

วัดท่าตอน เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่บนยอดเขาที่ต่อเนื่องกันใน ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความกว้างถึง 425 ไร่ จึงทำให้พื้นที่ของวัดสามารถแบ่งออกเป็นส่อง 2 ส่วน คือ เขตวัดชั้นล่าง ทั้งหมด 45 ไร่ และเขตของ อุทยานพุทธศาสนาและสำนักปฏิบัติธรรม 

ทั้งหมด 380 ไร่ ด้วยทำเลที่ตั้งบนยอดเขาสูง จึงทำให้บรรยากาศรอบๆ วัดท่าตอน ดีมากๆ ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ และอากาศบริสุทธิ์ สามารถเห็นวิว แม่น้ำกก ชุมชน และทุ่งนาในอำเภอแม่อายได้อย่างชัดเจน ยิ่งถ้าไปในช่วงฤดูหนาว ที่นี่จะเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกในยามเช้าที่สวยมากๆ แห่งหนึ่ง

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่ ประวัติ วัดท่าตอน

เดิม วัดท่าตอน เป็นวัดที่ถูกทิ้งร้างมาหลายร้อยปี จนกระทั่งได้รับการบูรณะจากชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาให้พุทธศาสนา และในที่สุดก็ได้ยกฐานะให้เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2534 จนถึงปัจจุบัน  

แม้จะไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ใด แต่จากการสำรวจโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุของกรมศิลปากร ก็พบว่า พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัยประทับนั่ง 5 องค์ และปางประทับยืน 3 องค์ที่ประดิษฐานใน

ศาลาพุทธบุตรประชาสรรค์ วัดท่าตอน นั้นมีศิลปะแบบล้านนา ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุราว 500-700 ปีเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีคำจารึกที่ฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์เล็กสุด 2 องค์เขียนไว้ว่า “สร้างเมื่อจุลศักราช 910 (พ.ศ. 2092)” เท่ากับว่าวัดนี้อาจมีอายุยาวนานถึงหลายร้อยปี

เที่ยวเชียงใหม่
เที่ยวเชียงใหม่
เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่ สถานที่สำคัญ และ ศาสนวัตถุใน วัดท่าตอน

เที่ยวเชียงใหม่ เนื่องจากพื้นที่ทั้งหมดของ วัดท่าตอน นั้นกว้างขวางมากๆ และแบ่งออกมาได้เป็น 9 ชั้น จึงทำให้มีศาสนถาน และศาสนวัตถุประดิษฐานในเขตของวัดอยู่หลายแห่ง เช่น โพธิสัตว์กวนอิมพระสังกัจจาย, พระนาคปรกพระองค์ขาว หรือ พระพุทธนิรันดรชัย 

พระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย ศิลปะแบบพระสิงค์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2526 และ พระอิ่มตลอดกาล พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร พระประจำวันพุธซึ่งเป็นวันเกิดของ สมเด็จพระมหารัชมงคลาจารย์ เจ้าอาวาสปัจจุบันของ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

ไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้เลยเมื่อมาทำบุญที่ วัดท่าตอน คือ พระบรมธาตุรัชมังคลาจารย์สมานฉันท์ หรือ พระเจดีย์แก้ว ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปศิลปะต่างๆ ให้พวกเราเข้าไปสักการะ กราบไหว้

ลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของ พระเจดีย์แก้ว คือ เรือนยอดทรงกลม 3 ชั้นประกอบไปด้วย แก้ว 3 ประการ ได้แก่ แก้วสี เปรียบเสมือนปุถุชนที่ยังมีอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง แก้วเงิน 

เปรียบเสมือนนักปฏิบัตรธรรมที่ยังคงยึดมั่นในความดีจนทำให้ไม่อาจหลุดพ้นได้ และ แก้วใส เปรียบเสมือนผู้หลุดพ้นที่ไม่ยึดติดต่อสิ่งใดแล้ว เรียกได้ว่าเป็นพระเจดีย์ที่แฝงไปด้วยปริศนาธรรมอันลึกซึ้ง ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชมสักครั้งในชีวิต

ดอยดวงแก้ว พระมหาเจดีย์ดวงแก้วสัพพัญญู

ขอบคุณข้อมูลจาก https://travel.trueid.net/detail/KOX4B84oz1vO

เชิญท่องเที่ยววัดดอยดวงแก้ว ประวัติครูบา