
ประวัติความเป็นมา
จุดเริ่มต้นแห่งศรัทธา จากผืนป่าธรรมชาติสู่ร่มเงาแห่งพุทธธรรม บนดอยดวงแก้วสัพพัญญู


พระครูบาชัยยาปัถพี ชยฺยรตฺนจิตฺโต
ตนบุญผู้สืบทอดวิชาเก่าแก่ของล้านนา และเป็นผู้นำพาความศรัทธาสร้างสถานธรรมดอยดวงแก้วสัพพัญญู
ประวัติความเป็นมาของสถานธรรมดอยดวงแก้วสัพพัญญู
สถานธรรมดอยดวงแก้วสัพพัญญู ตั้งอยู่ที่ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นศาสนสถานและสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีความงดงามทางสถาปัตยกรรมล้านนา ซึ่งมีความเกี่ยวโยงอย่างลึกซึ้งกับทั้งตำนานพื้นเมืองโบราณและบารมีของพระครูบาชัยยาปัถพี ชยฺยรตฺนจิตฺโต
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานเวียงกาหลง
พื้นที่ตั้งของสถานธรรมดอยดวงแก้วสัพพัญญู อยู่ในเขตเวียงกาหลงโบราณ ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าเป็น “จุดกำเนิดของพระพุทธเจ้า 5 พระองค์” ในภัทรกัปนี้
ตามตำนานระบุว่าเป็นสถานที่ที่แม่พญากาเผือกได้มาไข่ทิ้งไว้ 5 ฟอง ก่อนที่พายุจะพัดพาไข่กระจัดกระจายไป และไข่ทั้ง 5 ฟองนั้นต่อมาได้ฟักออกมาและสำเร็จแก่มรรคผลเป็นพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ดินแดนแห่งนี้จึงถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังงานแห่งบุญบารมีตามความเชื่อของชาวล้านนามาแต่อดีต
ประวัติโดยสังเขป “ครูบาชัยยาปัถพี ชยฺยรตฺนจิตฺโต”
“ครูบาชัยยาปัถพี ชยฺยรตฺนจิตฺโต” ครูบา แห่งสถานธรรมดอยดวงแก้วสัพพัญญู ต.เวียงกาหลง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ตนบุญผู้สืบทอดวิชาเก่าแก่ของล้านนา ท่านเป็นพระนักปฏิบัติและเกจิอาจารย์ชื่อดังที่นำพาความศรัทธาสร้างและพัฒนาสถานธรรมแห่งนี้
ท่านแตกฉานอักขระล้านนา (ตั๋วเมือง) เรียนมนต์คาถา สู่การลงอักขระยันต์ต่างๆ ซึ่งครูคนแรกของท่านคือ ตาทวด (อุ๊ยหม่อนสน) ผู้เชี่ยวชาญวิชาทำเทียนมงคลต่างๆ เช่น เทียนเศรษฐีเรือนคำ เทียน ๙ จันทร์ เทียนเมตตาบัลดาลโชค ซึ่งตาทวดของท่าน ครูบา ได้รับถ่ายทอดจาก ครูบาหม่อง วัดศรีถ้อย และได้ถ่ายทอดมาถึงครูบาชัยยาปัถพี นอกจากนี้ตาทวดของท่านยังเชี่ยวชาญวิชานะหน้าทองพรหมสามหน้า และวิชามหาเสน่ห์เมตตามหานิยม ทั้งยังได้ศึกษากรรมฐานเพิ่มเติมจากหลวงปู่ครูบาอินตา
คำทำนายแห่งมงคลบารมีในวัยเยาว์
“ท่านผู้นี้อีกหน่อยจะได้เป็นกำลังของพระศาสนา จะได้เป็นที่พึ่งของศรัทธาแน่นอนในอนาคต”
— คำทำนายจาก พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร เกจิดังแห่งล้านนา
ซึ่งในเวลาต่อมาท่านก็ได้นำพาความศรัทธาของสาธุชนมาร่วมกันสร้างและพัฒนาสถานธรรมดอยดวงแก้วสัพพัญญูจากดอยที่เงียบสงบ ให้กลายเป็นศาสนสถานที่สัปปายะและรุ่งเรือง

ศูนย์รวมศรัทธาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในปัจจุบัน
ปัจจุบันสถานธรรมดอยดวงแก้วสัพพัญญูเป็นทั้งสถานที่ปฏิบัติธรรมและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญ โดยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และศาสนวัตถุที่โดดเด่น ได้แก่:
ศาลาพระพิราพ และพิพิธภัณฑ์พระพิราพพระภรตมุนี
เป็นที่ประดิษฐานเศียรพระพิราพที่ใหญ่ที่สุดในโลกและหนึ่งเดียวในประเทศไทย เป็นที่เคารพสักการะในเรื่องของการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและเสริมบารมี
พระมหาเจดีย์ดอยดวงแก้วสัพพัญญู
เจดีย์องค์ใหญ่สถาปัตยกรรมล้านนาที่สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเป็นศูนย์รวมใจของพุทธศาสนิกชน
ด้วยเหตุนี้ สถานธรรมดอยดวงแก้วสัพพัญญูจึงเป็นดินแดนแห่งบุญที่ผสานระหว่างตำนานความเชื่อ ความงดงามของศิลปวัฒนธรรมล้านนา และแรงศรัทธาในพระพุทธศาสนาไว้อย่างลงตัว
หลักคำสอนและแนวทางปฏิบัติ
ยึดมั่นในพระธรรมวินัยและไตรสิกขา เพื่อประโยชน์สุขแก่ผู้ปฏิบัติอย่างแท้จริง
ศีล
การรักษากาย วาจา ให้เรียบร้อย งดเว้นจากการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เป็นรากฐานสำคัญอันดับแรกที่จะทำให้จิตใจเกิดความมั่นคง ปลอดโปร่ง
สมาธิ
การฝึกความตั้งมั่นของจิตด้วยอานาปานสติและสติปัฏฐาน ๔ รู้เท่าทันความฟุ้งซ่าน ทำจิตให้สงบนิ่ง ผ่อนคลาย และเปี่ยมด้วยพลังแห่งสติ
ปัญญา
ความรู้แจ้งเห็นจริงตามกฎไตรลักษณ์ เข้าใจธรรมชาติของชีวิต ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น นำไปสู่ความสุขที่อิสระและยั่งยืน
ข้อปฏิบัติในการเข้ากราบสักการะและเยี่ยมชม
การแต่งกาย: แต่งกายสุภาพเรียบร้อย งดเว้นเสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้น และกระโปรงสั้นเหนือเข่า เพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่
ความสงบ: โปรดงดส่งเสียงดัง งดเปิดเสียงโทรศัพท์มือถือในเขตพุทธาวาสและศาลาปฏิบัติธรรม
การถ่ายภาพ: สามารถถ่ายภาพบรรยากาศภายนอกได้ด้วยความสำรวม งดการถ่ายภาพรบกวนผู้ที่กำลังนั่งสมาธิภาวนา
การรักษาความสะอาด: ช่วยกันดูแลรักษาความสะอาด นำขยะกลับลงมาทิ้งในจุดที่จัดเตรียมไว้
