ครูบาบุญชุ่ม ลำดับการจำพรรษาตอนเป็น สามเณรบุญชุ่ม ทาแกง
พ.ศ. ๒๕๑๙
พรรษาที่ ๑ จำที่วัดบ้านด้ายธรรมประสิทธิ์ ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน
พรรษาที่ ๒ จำที่วัดบ้านด้ายธรรมประสิทธิ์ ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน
พรรษาที่ ๓ จำที่วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน
พรรษาที่ ๔ จำที่วัดทุ่งหลวง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
พรรษาที่ ๕ จำที่วัดจอมแจ้งบ้านกวดขี้เหล็ก อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
พรรษาที่ ๖ จำที่วัดจอมแจงที่เดิม
พรรษาที่ ๗ จำที่วัดเมืองหนอมป่าหมากหน่อ บ้านห้วยน้ำราก อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
พรรษาที่ ๘ จำที่วัดพระธาตุจอมศรีดับเภมุงเมือง วัดพระนอนเมืองพง พม่า
พรรษาที่ ๙ จำที่วัดพระธาตุจอมศรีดับเภมุงเมือง วัดพระนอนเมืองพง พม่า
พรรษาที่ ๑๐ จำที่วัดอนันทกุฏีวิหาร กรุกัฏมันฑุ ประเทศเนปาล รวมปีที่บรรพชาเป็นสามเณรทั้งหมด ๑๐ พรรษา
ครูบาบุญชุ่ม ลำดับการจำพรรษาหลังการอุปสมบท
พ.ศ. ๒๕๒๙ พรรษาที่ ๑ จำที่วัดพระธาตุจอมศรีดับเภมุงเมือง วัดพระนอน เมืองพง พม่า
พ.ศ. ๒๕๓๐ พรรษาที่ ๒ จำที่วัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง พม่า
พ.ศ. ๒๕๓๑ พรรษาที่ ๓ จำที่วัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง พม่า
พ.ศ. ๒๕๓๒ พรรษาที่ ๔ จำที่วัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง พม่า
พ.ศ. ๒๕๓๓ พรรษาที่ ๕ จำ ณ สวนพุทธอุทยาน ใกล้พระธาตุดอนเรือง
พ.ศ. ๒๕๓๔ พรรษาที่ ๖ จำ ณ ห้วยดอนเรือง ใกล้พระธาตุดอนเรือง
พ.ศ. ๒๕๓๕ พรรษาที่ ๗ จำ ณ ดอยป่าไม้เปา ใกล้พระธาตุดอนเรือง
พ.ศ. ๒๕๓๖ พรรษาที่ ๘ จำ ณ ถ้ำห้วยรัง บ้านมูเซอ จ่ากู่
พ.ศ. ๒๕๓๗ พรรษาที่ ๙ จำ ณ ถ้ำห้วยรัง บ้านมูเซอ จ่ากู่
พ.ศ. ๒๕๓๘ พรรษาที่ ๑๐ จำ ณ ถ้ำห้วยรัง บ้านมูเซอ จ่ากู่
พ.ศ. ๒๕๓๙ พรรษาที่ ๑๑ จำ ณ ถ้ำพระพุทธบาทผาช้าง ระหว่างเมืองแฮะ-เมืองขัน
พ.ศ. ๒๕๔๐ พรรษาที่ ๑๒ จำ ณ ถ้ำพระพุทธบาทผาช้าง ระหว่างเมืองแฮะ-เมืองขัน เขตหว้าแดง
พ.ศ. ๒๕๔๑ พรรษาที่ ๑๓ จำ ณ ถ้ำผาจุติง ประเทศภูฏาน
พ.ศ. ๒๕๔๒ พรรษาที่ ๑๔ จำ ณ ถ้ำพระพุทธบาทผาช้าง ระหว่างเมืองแฮะ-เมืองขัน เขตหว้าแดง
พ.ศ. ๒๕๔๓ พรรษาที่ ๑๕ จำ ณ ถ้ำน้ำตก เมืองแสนหวี สีป้อ ชายแดนพม่า กับประเทศจีน
พ.ศ. ๒๕๔๔ พรรษาที่ ๑๖ จำ ณ ถ้ำน้ำตก เมืองแสนหวี สีป้อ ชายแดนพม่า กับประเทศจีน
พ.ศ. ๒๕๔๕ พรรษาที่ ๑๗ จำ ณ ถ้ำผาจุติง ประเทศภูฏาน
พ.ศ. ๒๕๔๖ พรรษาที่ ๑๘ จำ ณ กองร้อยทหารตระเวณชายแดน เมืองปูนาคา
พ.ศ. ๒๕๔๗ พรรษาที่ ๑๙ จำ ณ กองร้อยทหารตระเวณชายแดน เมืองปูนาคา
พ.ศ. ๒๕๔๘ พรรษาที่ ๒๐ จำ ณ ถ้ำผาแดง บ้านล่อม ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
รวมจำนวนพรรษาที่บวชเป็นพระภิกษุทั้งหมด ๒๐ พรรษา
ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๓ พระครูบาเจ้าเดินทางโดยรถยนต์ออกจากจังหวัดเชียงราย ทางจังหวัดท่าขี้เหล็กของสหภาพพม่าผ่านเชียงตุงไปจำพรรษา ณ ถ้ำน้ำตก เมืองแสนหวี สีป้อ ชายแดนสหภาพพม่ากับประเทศจีน
ที่ถ้ำแห่งนี้จะมีน้ำตกไหลจากข้างบนถ้ำลงมาเพดานถ้ำและไหลลงหน้าถ้ำ ซึ่งพระครูบาเจ้าฯ ใช้เป็นที่สรงน้ำระหว่างจำพรรษา ณ ถ้ำแห่งนี้ ระยะทางจากเมืองมัณฑเลย์ของสหภาพพม่าไปยังถ้ำน้ำตกเป็นเขาลดเลี้ยวไปตลอดระยะทางหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
ใน พ.ศ. ๒๕๔๔ พระครูบาเจ้าเดินทางโดยเครื่องบินออกจากสนามบินจังหวัดท่าขี้เหล็กของสหภาพพม่าไปยังเมืองมัณฑเลย์แล้วต่อรถยนต์ เดินทางประมาณ ๑ วันครึ่ง ไปเมืองกูด ซึ่งอยู่เลยถ้ำน้ำตกไปอีก
เป็นถ้ำอยู่ในหน้าผาสูงชันมาก พระครูบาเจ้าฯ ได้สร้างพระธาตุองค์ใหญ่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุให้ชาวแสนหวี สีป้อไว้สักการะด้วย ในพรรษาที่ ๒ ที่เมืองแสนหวี – สีป้อ
ใน พ.ศ. ๒๕๔๕ พระครูบาเจ้าฯ เดินทางไปจำพรรษา ณ ถ้ำผาจุติง ประเทศภูฏาน ระยะทางไม่ไกลจากเมืองปูนาคา ซึ่งเป็นเมืองหลวงเดิมของประเทศภูฏาน เมื่อออกพรรษาแล้วพระครูบาเจ้าอาพาธมีไข้อยู่ตลอดมา จึงเดินทางกลับประเทศไทย
สองปีสุดท้ายของการจำพรรษาในต่างแดน พระครูบาเจ้าฯ เลือกที่จะกลับไปจำพรรษาที่ประเทศภูฏานอีก คือใน พ.ศ. ๒๕๔๖ และใน พ.ศ. ๒๕๔๗ พระครูบาเจ้าฯ เดินทางจากหมู่บ้านสุดเขตเมืองปูนาคา ไปจำพรรษา ณ สถานที่เดิมเคยเป็นสถานที่ราชการ คือ กองร้อยทหารตระเวนชายแดนซึ่งติดกับชายแดนทิเบตใช้เวลาเดินทาง ๔ วันเต็ม
ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้สมเด็จอาของกษัตริย์ประเทศภูฏานได้บูรณะซ่อมแซมไว้และถวายให้เป็นที่จำพรรษาของพระครูบาเจ้าฯ สถานที่จำพรรษาแห่งนี้ในฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลุมสูงถึงเข่า อากาศหนาวเย็นมาก
ตลอดเวลาที่พระครูบาเจ้าฯ จำพรรษาอยู่ในต่างแดนคณะศิษยานุศิษย์จะผลัดกันดูแล อุปัฏฐาก จากทั้งลูกศิษย์และศรัทธาที่อยู่ในพื้นที่และจากประเทศไทยอย่างสม่ำเสมอ กระนั้นก็ดีจากส่วนลึกของจิตใจคณะศิษยานุศิษย์ก็ยังตั้งความหวังไว้ว่าสักวันหนึ่งพระครูบาเจ้าฯ คงเมตตากลับมาจำพรรษาในประเทศไทย
วันที่ ๕ มกราคม ๒๕๔๘ สมเด็จพระราชินีภูฏานร่วมกับพระราชวงศ์จัดงานอายุวัฒนะมงคลถวายพระครูบาเจ้าฯ เพื่อเป็นมุทิตาจิตสักการะต่อวัตรปฏิบัติที่งดงามของพระครูบาเจ้าฯตลอดมา
พระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสํวโร เดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๔๘ หลังจากนั้นท่านได้เมตตาให้โอกาสลูกศิษย์กราบเยี่ยมสักการะและพระครูบาเจ้าฯ ได้เดินทางต่างจังหวัดเพื่อสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตลอดจนเมตตาลูกศิษย์ตามสถานที่แห่งนั้นๆ รวมถึงลูกศิษย์ที่ประเทศไต้หวันด้วย ในช่วงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม – ๕ มิถุนายน ๒๕๔๘ พระครูบาเจ้าฯ ได้ไปยังเมืองเฉินตู ประเทศจีน และทิเบต เพื่อเยี่ยมชมสถานที่และพระพุทะรูปสำคัญๆ
ในวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ศิษยานุศิษย์ปลาบปลื้มในความเสียสละของพระครูบาเจ้าฯอย่างมาก เมื่อพระครูบาเจ้าฯเลือกจำพรรษา ณ ถ้ำผาแดง บ้านล่อม ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
ซึ่งพระครูบาเจ้าเห็นว่าสถานที่แห่งนี้เงียบสงบอละใกล้ๆถ้ำยังมีชาวเขาถึง ๖ หมู่บ้าน ที่พระครูบาเจ้าฯยังเมตตาได้ ในวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๔๘ คณะศิษยานุศิษย์ร่วมกันจัดงานแแกพรรษาถวาย ณ บริเวณหน้าถ้ำ มีการตั้งโรงทาน แจกเสื้อกันหนาว ผ้าห่ม อาหารแห้ง ตุ่มใส่น้ำตลอดจนปัจจัย ให้กับทุกครอบครัว และยังได้รับพรกันอย่างทั่วถึง
ลำดับครูบาอาจารย์โดยตรง ของ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร
๑. หลวงปู่ครูบาพรหมา วัดพระพุทธบาทราวตากผ้า จังหวัดลำพูน
๒. หลวงปู่ครูบาอินทจักร์ วัดวนาราม (น้ำบ่อหลวง) สันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่
๓. หลวงปู่ครูบาชัยวงศา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม จังหวัดลำพูน
๔. หลวงปู่ครูบาธรรมชัย วัดทุ่งหลวง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
๕. หลวงปู่ครูบาน้อย วัดบ้านปง แม่แตง
๖. หลวงปู่ครูบาคำแสน วัดดอนมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
๗. หลวงพ่อฤาษีลิงดำ (มหาวีระ ถาวโร)
๘. หลวงปู่หล้าตาทิพย์ วัดป่าตึง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
๙. หลวงปู่ฤาษีธนะธัมโม วัดถ้ำผาแตก อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
๑๐. หลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก จ.พิจิตร
๑๑. หลวงปู่ดู่ พฺรหฺมปัญโญ วัดสะแก จ.อยุธยา
๑๒. พระครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล วัดบ้านเด่นสะหรีศรีเมืองแกน เป็นพระสหธรรมิก
ท่านครูบาอาจารย์ทั้งหลายได้ปฏิบัติถูกต้องตามหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อความดับทุกข์เพื่อทำนิพพานให้แจ้ง อย่างไรก็ตาม เมื่อท่านได้ไปถวายตัวเป็นลูกศิษย์แล้ว ส่วนมากไม่ได้มีโอกาสไปอยู่ด้วย
ครูบาอาจารย์ภาคอีสาน ที่ท่านครูบาบุญชุ่มได้ถวายตัวเป็นลูกศิษย์
๑. หลวงปู่นิล วัดครบุรี จ.นครราชสีมา
๒. หลวงปู่พุธ ฐานิโย วัดป่าสาละวัน จ.นครราชสีมา
๓. หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย
๔. หลวงพ่อแสวง วัดถ้ำพระ จ.สกลนคร
๕. หลวงปู่คูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา
ครูบา คติใหม่กับสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.matichon.co.th/education/religious-cultural/news_1021677
เชิญท่องเที่ยววัดดอยดวงแก้ว เชิญเที่ยวเชียงใหม่
ประวัติครูบา ครูบาบุญชุ่ม ครูบาศรีวิชัย
